หนุ่มสู้ชีวิตวัย 26 จากครอบครัวยากจน สู่เจ้าของกิจการ “บ้านแกะปู” ช่วยแม่ปลดหนี้หลักล้าน

0
4753

การเป็นเจ้าของกิจการใดกิจการหนึ่ง ที่ทำให้กิจการของตนเองนั้น ประสบความความสำเร็จในการทำธุรกิจ ไม่ถือว่าง่ายได้ บางคนทำธุรกิจแล้ว ล้มลุกคลุกคลาน บางคนก็ท้อแท้สิ้นหวังจนล้มเลิกความตั้งใจไปเลยก็มี แต่เรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่เกิดกับ เด็กหนุ่มคนนี้ ที่วัยเพียง 26 ปี แต่สามารถทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้

เด็กหนุ่มวัย 26 ปีที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ชีวิตต้องพบกับอุปสรรคมากมาย อีกทั้งต้องหยุดเรียนกลางคันเพื่อทำงานทุกอย่างช่วยแม่ปลดหนี้ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จและเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านแกะปูจนมีรายได้หลักล้านต่อเดือน และยังนำรายได้เหล่านี้คอยช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ

หนุ่มคนนี้มีชื่อว่า สราวุธิ ก๊อใจ หรือกอล์ฟ นั้นเองโดยกอล์ฟได้บอกเล่าว่าแต่ก่อนตัวเองเคยอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก่อนมีพ่อเป็นชาวประมงและแม่ขายอาหารทะเลจากที่พ่อจับมาได้และในเวลาต่อมาพ่อแม่ก็แยกทางกัน จึงทำให้แม่กลายเป็นเสาหลักในการทำงานเลี้ยงดูลูกๆรวมถึงตากับยาย แต่แล้วรายได้ก็ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงคนในครอบครัวจึงทำให้แม่ของกอล์ฟกลายเป็นหนี้และชีวิตก็เริ่มไม่มีความสุขซึ่งเป็นช่วงถือว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลยก็ว่าได้ตกเย็นก็ไม่สามารถอยู่บ้านได้เพราะมีเจ้าหนี้มาคอยทวงหนี้อยู่เสมอบางครั้งต้องรอเวลาประมาณ 4-5 ทุ่มถึงจะได้กลับบ้าน

และแต่ก่อนอะไรที่เป็นกู้นอกระบบแม่ของกอล์ฟก็เอาหมดทุกอย่างกู้หมดทุกทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวซึ่งกอล์ฟเองก็รู้ตั้งแต่ตัวเองนั้นอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ว่าแม่ของตัวเองนั้นมีหนี้สิน มากมายจนกระทั่งเขาได้เริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย หลังจากที่ได้ศึกษาเล่าเรียนไปเพียงแค่ 1 เทอมก็ได้รับรู้ว่าแม่ไม่ไหวแล้วและแม่ก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เพราะว่ามีภาระหนี้สินล้นตัวหลักล้านบาทจึงทำให้เขาตัดสินใจเลิกเรียนและหางานทำเพื่อช่วยแม่ปลดหนี้

และด้วยความที่ต้องการหาเงินไปช่วยแม่ปลดหนี้เลยเริ่มจากการออกไปขายมันฝรั่งทอด ทั้งวิ่งรถรับจ้าง และรับรับจ้างทั่วไปรับจ้างเก็บน้ำรับจ้างเก็บร้านเอาทุกอย่าง และด้วยความมุมานะในการทำงานจึงทำให้สามารถช่วยแม่ปลดหนี้ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นซึ่งตอนนั้นกอล์ฟก็ตั้งใจที่จะช่วยแม่ปลดหนี้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้สนใจเรียนต่ออะไรแต่แม่ก็อยากให้ลูกๆเรียนจบชั้นปริญญาตรีซึ่งก็มีความตั้งใจว่าหลังจากที่ช่วยแม่ปลดหนี้ได้ก็จะกลับไปเรียนทันที

แม่เคยฝัน ถ้าวันใดแม่มีเงิน 2-3 พันบาท แม่เคยขี่มอเตอร์ไซค์พาผมและน้องสาวผ่านร้านอาหาร ถ้าแม่มีเงินนะ อยากพาลูกๆ มานั่งกินร้านอาหารดีๆ แบบนี้ แค่คิดว่าหมดหนี้ก็เกินฝันแล้ว เหมือนมีชีวิตใหม่เลย ไม่ต้องมีใครมาตามทวงหนี้ ไม่ต้องมีใครมาคอยด่าคอยว่า

ต่อไปนี้แม่อยากกินอะไร แม่ได้กิน ทุกวันนี้ผมเลยไม่ให้ที่บ้านทำงาน อยากให้แม่พัก แม่เหนื่อยมามากแล้ว ตายายเหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวความเหนื่อยทั้งหมดที่ทุกคนเหนื่อยมา ผมขอรับไว้คนเดียว”

และจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ถึงหลักล้านต่อเดือนเริ่มจากการที่ตัวเขานั้นมีแผงลอยอยู่ที่สะพานปลาอ่างศิลาอีกทั้งอยากจะต่อยอดธุรกิจที่แม่มี ซึ่งนั่นก็คือการขายอาหารทะเลสดแล้วก็เจอเจ้าหนึ่งของขายเนื้อปูแกะแล้วและด้วยความสนใจจึงได้ศึกษาข้อมูลว่าเขารับมาจากใครและขายยังไงจนได้เบอร์มาและโทรหาเจ้าของโดยตรง และมีการตกลงราคาโดยเขาไม่ยอมลงให้ต่อ 10 บาทเขาก็ไม่ยอมหลังจากที่คุยมา 10 นาทีก็ตัดสินใจที่จะไม่ซื้อและเดินมาหาเรือประมงแถวบ้านเพื่อขอซื้อปู 1 กิโลจากนั้นก็นำมานึ่งและแกะเรียงใส่กล่องแน่นอนว่าในเริ่มแรกธุรกิจก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไปและเอาเงิน 200,000 ไปลงทุนกับปูแต่ก็หาลูกค้าไม่ได้ จนจากที่เงินมีเพียง 200,000 ก็เหลือเพียงแค่ 700 บาทเท่านั้น

อีกทั้งในขณะนั้นก็ต้องค้างค่าแรงพนักงานร้านของตัวเองมาร่วมประมาณ 3-4 วันและในช่วงนั้นก็คือช่วงแห่งความเครียดซึ่งเขาเครียดถึงขนาดทำให้เขาร้องไห้ และทำได้เพียงแค่นั่งมองในสิ่งที่ตัวเองลงทุนทำไปและคอยถามตัวเองว่าจะจบเพียงแค่นี้จริงๆหรือและด้วยความที่เขาเป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องทำให้สุดวันรุ่งขึ้นเขาจึงให้พนักงานทำการแพ็คปูใส่กล่องแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ไปขายให้กับนักท่องเที่ยวโดยชิมก่อนเพียงแค่วันแรกก็สามารถขายได้ถึง 20,000 กว่าบาท

ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่จาก 700 กลายมาเป็นตัวเลข 7 หลักโดยในตอนนี้เขามีบ่อพักปูอยู่ซึ่งสามารถพักปูได้ประมาณ 5-6 ร้อยกิโลต่อวันประมาณ 30 บ่อโดยมี 4 ช่องทางในการขายให้กับลูกค้านั่นก็คือช่องทางค้าปลีก ช่องทางตัวแทนแทนจำหน่ายตามจังหวัดต่างๆ ขายส่งให้กับร้านอาหารชื่อดังในแถบบางแสนประมาณ 20 กว่าล้าน และหน้าร้านตลาดสะพานปลา โดยร้านมีสโลแกนว่าสดกว่านี้ต้องไปกินในทะเลแล้วซึ่งรายได้นั้นก็สามารถได้ประมาณ 7 หลักต่อเดือน

และหลังจากที่เขาได้กลายเป็นเศรษฐีเขาก็ไม่เคยลืมตัวเองว่าตัวเองนั้นเคยยากจนมาก่อนและยังมีคนที่ยากถูกกว่าเขา ซึ่งเขานั้นก็ได้พยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ยากไร้เหล่านั้นด้วยความเต็มใจ โดยทุกวันนี้รายได้ที่ได้มาหลังจากที่แบ่งให้พนักงานและครอบครัวเป็นที่เรียบร้อย ก็จะนำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือสังคมช่วยคนยากไร้ไม่ว่าจะเป็นการช่วยในเรื่องของสิ่งของหรืออุปกรณ์พยาบาลต่างๆและคิดว่าจะทำแบบนี้ต่อไปเท่าที่กำลังของตัวเองนั้นจะไหว

ด้วยในสังคมสมัยนี้ จะหาแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ ทีใฝ่ดีในการหาเลี้ยงครอบครัว และช่วยเหลือสังคม แบบหนุ่มกอล์ฟคนนี้ได้ยากมาก ถึงกระนั้น ขอให้คนรุ่นใหม่ทุกๆคน นำแบบอย่างที่ได้เห็นนี้ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตของตัวเอง จะทำให้สังคมไทยของเราน่าอยู่ขึ้นมากๆ ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้คนรุ่นใหม่ทุกๆคนนะคะ