“สังคมคนใส่หน้ากาก” ยิ้มให้ไม่ได้แปลว่าจริงใจ ช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าหวังดี

0
216

เรียกได้ว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะรู็ว่าคนข้างๆ คนรอบข้างเรา คนรู้จัก หรือแม้แต่คนที่เราไว้วางใจ คนเหล่านั้นเขามีความจริงใจกับเรา สังคมที่เต็มไปด้วยคนใส่หน้ากากเข้าหากันมีอยู่ทั่วไป

ตัวเรานั้นไม่มีทางที่จะรู้ได้เลย ว่าคนตรงหน้าที่เขาทำดีกับเรานั้น

ในใจ แท้จริงแล้ว “เขาคิดอะไรอยู่”

ระวังคน “คนใส่หน้ากาก” มีอยู่ทั่วไป

ใบหน้าที่ “ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม” นั้น

อาจจะ “ซ่อนมีด” ที่ทิ่มหลังเราก็เป็นได้

เวลาที่เราคบใครนั้น อย่าให้ใจเกินร้อย

อย่าไว้วางใจใครได้ง่ายๆ

เพราะในบางทีนั้น เขาเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์จากเรา

อย่าพยายามให้ใครเขาเข้ามาเอาความเสแสร้ง

มาแลกกับความจริงใจ ความไว้วางใจที่เรามีให้

“กว่าลายจะออก กว่าหางจะโผล่”

ต้องใช่เวลาดูนานๆ

เป็นคนที่คิดเยอะ ดีกว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักคิด

การที่เป็นคนโลกสวยจนเกินไป

ระวังจะกลายเป็นคนที่ “โลดมึด”

ใครดีมาดีกลับ ใครไม่ดีไม่ต้องไปสนใจ

ต่างคนต่างความคิด จะให้ชื่นชอบอะไรที่เหมือนกันนั้น

ไม่มีทางเป็นไปได้

คนที่ “จริต” ตรงกัน แค่เห็นหน้าก็ถูกชะตา

จะพูด จะคิด จะทำอะไร โดนใจ ไปหมด

แต่ถ้า ไม่ถูกชะตา จะมี อคติ ทันที

ทำอะไรก็ขัดหู ขัดตา

ทำดีก็มองเป็น ไม่เข้าท่า

จะไปยึดติดอะไรกับใจคน

ถ้ามัวแต่ “แคร์คนทั้งโลก” จะใช้ชีวิตโคตรยาก

โดยเฉพาะบางคน

ทึ่เก่งแต่วิจารณ์คนอื่นในด้านลบไม่จำเป็นต้องสนใจและให้ความสำคัญ

คิดจะทำอะไรต้อง มั่นใจ

“อย่าให้เสียงวิจารณ์” จากคนไม่กี่คน

มาทำให้เรา ลังเล

ไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้น

ถัาวันนี้ ทำดีที่สุดแล้ว

สำเร็จ คือเราได้ พัฒนา

ไม่ใช่ทำให้คนอื่น พอใจ

อย่าให้ เสียงวิจารณ์ ทำให้คุณผิดหวัง

กับสิ่งที่คุณทำ “ดีที่สุด” แล้ว

เชื่อว่าในชีวิตประจำวันของหลายๆคนนั้นต้องเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก คุณอาจเจอเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เจ้านาย ลูกน้อง ที่มีนิสัยแตกต่างกันไป ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนย่อมอยากเจอคนที่จริงใจอยู่รอบกาย เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ความจริงใจที่คนเหล่านั้นมีให้คุณ

ขอบคุณที่มา tummathailand